Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for เมษายน, 2008

จับเข่าคุย

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 14 เมษายน 2551

แขกรับเชิญ เป้ย – ปานวาด

————————————————————–

ลุคซ์ที่สายตาของผู้ชมทั่วทั้งประเทศ มอบให้เธอ ปานวาด เป้ย คือ เซ็กซี่สตาร์

ครั้งที่คุณสรยุทร ยิงคำถาม เธอจะปฏิเสธตลอดเวลา ทุกข้อคำถาม ว่า เธอเอง ไม่ใช่คนเซ็กซี่เลย!

ออกจะกระโดกกระเดก,ซุ่มซ่ามและช่างออดอ้อน อ่อนแอในเวลาที่อยู่กับคนรัก!!

แต่เป้ย ไม่ปฏิเสธ กับคำถามที่ว่า ยอมรับมั๊ยว่าดัง มีชื่อเสียงขึ้นมา เพราะความเซ็กซี่

ถูก!! คือคำตอบของเธอ

จากจุดเริ่มต้น.. ดูเหมือนจะเป็นแค่เด็กกะโปโล ตัวอ้วน เข้าวงการอย่างไม่ตั้งใจจากเวทีประกวดดัชชี่ เวทีที่สร้างดารานักแสดงแนวหน้าหลายคนในวงการ เป้ยเริ่มเล่นละครกับ ค่ายเป่าจินจงจากบทเล็กๆ เรียบร้อย  และพลิกบทบาทเล่นเซ็กซี่เพียงครั้งเดียว….

กับการที่แบบว่าถ่ายแบบ แนวเซ็กซี่ เพียงฉบับเดียว ทำให้เธอแจ้งเกิดในฐานะ เซ็กซี่สตาร์

เธอเองก็ยอมรับตรงๆถึงการตัดสินใจในการถ่ายแบบหวือในครั้งนั้น เงิน ก้อนใหญ่ คือตัวแปรสำคัญ จากนั้นตามมาด้วยฝีมือการถ่ายภาพ ของนิตยสารดังกล่าว และเธอก็ไม่ผิดหวัง เพราะภาพที่ออกมา เธอพอใจมากๆ สวยมากๆ คือสิ่งที่เธอมองเห็นตัวเองจากภาพถ่ายของนิตยสารฉบับนั้น!

จากวันนั้น … มีงานเข้ามาตลอด ที่เน้นภาพลักษณ์ ความเป็นเซ็กซี่สตาร์ของเธอ และ เซ็กซี่ ก็เป็นสิ่งที่เธอปฏิเสธได้ยาก จนกระทั่ง วันนึง !!มีคนมาสะกิดความคิดของเธอใหม่ ว่า เธอ ไม่ควรที่จะรังเกียจคำว่า เซ็กซี่ เพราะ มันคือสิ่งที่ทำให้คนรู้จักเป้ย  มันคือสิ่งที่ทำให้เป้ยมีงานอยู่ทุกวันนี้ …  เป้ย ต้องรักและเคารพมัน อย่าไปรังเกียจ อย่าไปดูถูก  ยอมรับมัน เพราะมันทำให้เธอมีวันนี้ มีกินมีใช้ กับภาพลักษณ์เซ็กซี่

แต่ถ้าเลือกได้ เธอเองก็อยากที่จะเป็นนักแสดงมากฝีมือ!

อยากมีภาพลักษณ์ที่เรียบร้อย เป็นนางเอก อย่าง แอน ทองประสม

เด็กผู้หญิง ที่ไม่ประสีประสาเท่าไหร่ ไม่ได้คาดคิดหรือไม่มีความคิดที่จะเข้ามาในวงการบันเทิงเลยแม้แต่น้อย กับความฝันที่อยากจะเป็น ครู และจากที่ฟังดู เธอเรียนดีเข้าขั้น คงเรียนไม่ขี้เหร่นักหรอก ถ้าสอบเข้า มช. ได้!

แต่เส้นทางที่เธอเลือก ถามว่า ผิด ไหม … มันไม่ได้ผิดบาปต่อสังคมหรอก มันเป็นอาชีพที่สุจริต แม้มันจะถูกสายตาที่มองมา ไม่ค่อยดีสักเท่าไร

เธอชัดเจน ในคำตอบ ว่า เพราะอะไร เธอถึงเลือก!  เงิน เงินก้อนโต รายได้ เธอชัดเจนดี

เป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็ต้องทำงานสิ  และถ้ามันเป็นโอกาสที่มาถึง … เธอผิดไหม กับการก้าวสู่การเป็นเซ็กซี่สตาร์!!

อย่างน้อย เธอก็ทำงาน ….. แลกกับรายได้ก้อนโต ชื่อเสียง ความสบายขึ้นของครอบครัว แม้ว่า พื้นฐานแล้ว เธอไม่ได้ลำบากอะไร

สิ่งที่ได้ จากการนั่งชมการสัมภาษณ์ ดาราสาว ภาพลักษณ์เซ็กซี่ ระดับชั้นนำของเมืองไทย…

อย่างน้อย มันเป็นสิ่งหนึ่ง ที่สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคนิยมทุน นิยมเงินตรา จุดพลิกผัน หลายๆเหตุการณ์ ของหลายๆ คน จะเลือกเป็นคนดี, คนโกง, คนได้เปรียบ, คนเสียปรียบ, คนดัง, คนสมถะ ฯลฯ

จุดสำคัญแห่งการพลิกผัน หนึ่งในนั้น มีคำว่า เงิน รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ในยุคที่ทุนนิยม เฟื่องฟูอย่างยากปฏิเสธ

โฆษณา

Read Full Post »

เด็กที่อยู่ในวัย 12 ขวบปี… คงเรียกว่า วัยรุ่น วัยที่มีช่วงคาบเกี่ยวและอยู่ในภาวะต้อง “เลือก” กับหลาย choice ที่ก้าวผ่านเข้ามาในชีวิต ในช่วงวัยนี้…

เด็กชายผลไม้… เป็นน้องที่นานทีเราจะมีโอกาสได้เจอ

เจอคราวที่แล้ว ตอนปีใหม่..

คราวนี้ เจออีกทีก็สงกรานต์..

เด็กชายผลไม้ เติบโตจนดูผิดตา ส่วนสูงที่ชัดเจน เริ่มดูแลตัวเอง และแยกห้องนอน!

แต่ก็คือ “เด็ก” ในสายตาของเราวันยังค่ำ เหมือนกับ “เรา” ที่โตและรับผิดชอบกับอะไรมากมาย แต่ก็ยัง “เด็ก” อยู่วันยังค่ำ ในสายตาของพ่อแม่

เด็กชายผลไม้: พี่ปุ๊กปิ๊ก เจาะหูเจ็บมากมั๊ยครับ

เรา : ไม่เจ็บหรอก (เราเจาะหู 3รูและข้างบนเก๋ๆอีก 1)

เด็กชายผลไม้ : แทบจะไม่รู้สึก…

ยาย : จะเจาะรึ! อย่านะ เดี๋ยวสอบนายร้อยไม่ได้นะ…

เด็กชายผลไม้ : ไม่เจาะหรอกครับ (แต่ในน้ำเสียงแสดงออกชัดเจนมาก ว่าขัดใจในสำเนียง… ไม่เจาะหรอกครับ แต่อย่าเผลอ! เหมือนที่เราเคยได้ยินว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุนั่นแหล่ะ)

       เด็กชายผลไม้ โตขึ้นอยากเป็นนายร้อย ตอนนี้ขึ้นชั้นเรียน ม.1 แล้ว แต่จากที่ดูอาการแล้ว เจอเราทีไร ถามถึงแต่เรื่อง The star มั่งล่ะ AF มั่งล่ะ อยากประกวดดัชชี่บอยมั่งล่ะ ถามแต่กับเรื่องจะประกวดนั่นนี่ ต้องทำยังไง มันไม่แปลกหรอก เพราะถ้าถามเด็กสมัยนี้ ส่วนใหญ่ก็อยากเข้าวงการบันเทิง ไม่เหมือนสมัยเราเป็นเด็ก ที่จะมีความฝันเมื่อโตขึ้นอยากเป็น ครู, ตำรวจ, หมอ อะไรประมาณนี้

มีอย่างนึงที่เราเชื่อ!

เราเชื่อในเรื่อง การบริโภคสื่อ มันป็นบางสิ่ง ที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาหลอมรวมอยู่ในความรู้สึกนึกคิด โดยที่เราไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว….

เรา : เลิกดูการ์ตูนรึยังเนี่ย.. โตเป็นหนุ่มแล้ว?

——- (ไม่มีสัญญาณตอบรับ!) ——–

เรา : ดู “รักแห่งสยาม” รึยัง

เด็กชายผลไม้ : ยังไม่ได้ดู… แม่ไม่ให้ดู

เรา : นึก ( นั่นแล้วไง! ยิ่งห้าม ต้องยิ่งยุแน่ๆ)

มีหลายเสียงที่พูดถึงหนังเรื่องนี้ ว่าเป็นหนังเกย์(เด็ก) ดังนั้น เด็กที่อยู่ในช่วงของวัยคาบเกี่ยวแห่งวัย ไม่ควรชม!!

มันไม่ถูกเลยเสียทีเดียว ถ้าคนที่ดูหนัง และดูให้ดีๆ จะรู้ว่า มันเป็นหนังรักที่มีหลากหลายความรักซ่อนอยู่ในนั้น เราไม่ให้เค้าดู แต่สักวันเค้าก็ต้องได้ดู แต่ถ้าเราให้เค้าดูและมีเราคอยอธิบาย มันน่าจะดีกว่า ก็เลยพลอยคิดไปถึงรายการโทรทัศน์ในฟรีทีวีบ้านเรา ว่ารายการบางประเภท ที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำ เอาเข้าจริงๆ มีเวลามานั่งแนะนำรึอย่างไร เพราะที่เห็นๆ ผู้ใหญ่เอง ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำมาหากิน

เราไม่ให้เค้าดู “รักแห่งสยาม” แต่เค้าก็ดูละครเรื่อง “สงครามนางฟ้า” ที่มีฉากตบตีแก่งแย่งผู้ชายกันอย่างหน้าไม่อาย ตอนนี้เค้าก็ดูละคร “สวรรค์เบี่ยง” ที่พระเอกแสนร้าย ฉุดกระชากลากถูนางเอก, ก้าวร้าวพ่อผู้เป็นบุพการี มีฉากรักที่รุนแรงรุกเร้า ลงไม้ลงมือกับนางเอก (ผู้หญิง) อย่างป่าเถื่อน  

เด็กชายผลไม้ บอกว่า “ชอบ” มันรุนแรงดี ชอบความรุนแรง (ซะง๊าน…หลานชั้น)

การทำละคร บางทีเราว่ามันไม่จำเป็นต้องเพิ่มความสะใจสมจริงขนาดนั้น เรทติ้งมันก็คงไม่น้อยอ่อนด้อยลงนักหรอกมั้ง!

แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป แต่ละค่ายละคร ต่างก็สรรหาละหาสิ่งใหม่มานำเสนอให้กับผู้ชม จนทุกวันนี้ เราดูทีวี บางทียังคิดเลยว่า รึเราจะชินชา ชิน ชิน และชิน กับพฤติกรรมที่ ไม่เหมาะสม ที่สื่อยัดเยียดให้คนดู เริ่มแรก เราดู เรารู้สึก ว่ามันไม่ใช่ มันไม่น่าจะนำเสนอขนาดนี้ นานเข้า เราเห็นบ่อยจนชินตา เราก็เริ่มไม่รู้สึกอะไรกับมัน

ต่อไป… เราคงได้เห็นภาพ ผู้ชาย ทำร้ายคู่รัก หรือ ผู้หญิง บ่อยโดยที่เราคงไม่รู้สึกอะไรกับมัน จะรู้สึกไปทำไม ก็ภาพแบบนี้ เราเคยเห็นในละครจนชินแล้วนี่นะ

แปลกแต่จริงตรงที่ว่า สำหรับละครหรือรายการ ที่เข้าขั้นว่า ดี กลับไม่ได้รับการตอบรับที่ ดี

รายการดี ไม่มีคนดู ละครดีไม่มีเรทติ้ง สารคดี ถ้าครูไม่บอกให้กลับไปดูแล้วพรุ่งนี้ จะมาถามคำถาม เด็กๆก็ไม่ดูอีกนั่นล่ะ… ส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้น

อย่างว่า ในโลกนี้ สิ่งที่เป็น negative มันไปไกลและแรงกว่า positive อยู่ร่ำไปทีเดียวเชียว แม้จะมีเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่ง มีสโลแกนว่า การคิดบวก ทำให้ผู้หญิงสวยขึ้น  ก็ตาม….

 

Read Full Post »