Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for มีนาคม, 2010

… . ไม่ใช่เพียงแต่เราเป็นแน่ที่รู้สึกว่าโลกกลมๆใบนี้ ที่เคยกว้างใหญ่ไพศาลกลับแคบและเล็กลงไปถนัดตา เหตุเพราะว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เราเรียกว่า Social Network กับการแข่งขันในหลายๆด้านทุกอย่างจึงเร่งรีบขึ้น

เทคโนโลยีหลายๆอย่างที่พัฒนาอย่างไม่มีวันจะหยุดยั้งทำให้เราต้องทำอะไรหลายๆ แข่งกับทั้งตัวเอง และแข่งกับทั้งเวลา

บางครั้ง โลกใบเดิม เวลาเดิมๆ ที่มีอยู่แค่วันละ ๒๔ ชั่วโมงนี่ล่ะกลับทำให้เรารู้สึกว่า ยังไม่ทันได้ทำอะไรอย่างใจตั้งเป้าหมายเอาไว้ เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียแล้ว เผลอแป๊บๆ หนึ่งวันก็ผ่านไป เผลอแป๊บๆหนึ่งเดือนก็ผ่านไปอีกแล้วจนกระทั่งหนึ่งปีเดี๋ยวนี้ก็ผ่านไปไวยิ่งกว่าโกหก นั่นอาจเพราะสิ่งต่างๆมันดูวุ่นวายรีบเร่งขึ้น คนเรามีกิจกรรมมากขึ้น เวลาที่มีก็น้อยลงไปโดยไม่รู้ตัว

เมื่อในแต่ละวันมันรีบเร่ง จิตใจก็พลอยสับสนวุ่นวายไม่อยู่ที่ไปด้วย ในภาวะอย่างนี้ การได้ปล่อยปลดใจให้มีสมาธิกับหนังสือดีๆ สักเล่มคงดีไม่น้อย…

และแล้วก็ได้โคจรมาพบกับหนังสือดีๆเล่มหนึ่ง “มังกรเซน” โดย วินทร์ เลียววาริณ เป็นหนังสือที่รวบรวมข้อคิดคำสอน “เซน” จากท่านผู้รู้, อาจารย์, นักบวช ผู้ลุแล้วซึ่งธรรม และให้คำตอบเชิงนิยาม คำจำกัดความของคำว่า “เซน”

“… เป็นหนังสือที่นำเสนอประวัติศาสตร์เซนผ่านประวัติและแนวคิดของปรมาจารย์เซน คนสำคัญระดับ “มังกร” ตั้งแต่ท่านแรกคือพระโพธิธรรมในยุคแรกเริ่ม… ” นี่คือบริบทคำออกตัวของคุณวินทร์ ก่อนที่จะพลิกหน้าต่อๆไปเพื่อรับความเรียบสงบผ่านตัวหนังสือที่เรียบเย็น และเรียนรู้วิถีแห่งเซน อย่างค่อยเป็นค่อยไป

เชื่อว่าหนังสือเล่มนี้ จะทำให้ผู้ที่ฝักใฝ่สนใจในวิถีแห่ง “เซน” จะได้รู้จักและเข้าถึง “เซน” ได้มากขึ้น

“เจียนจื่อ แปลว่า ปัญญาแห่งกระจกเงา (Mirror Wisdom) ชีวิตก็คือกระจกเงา สะท้อนให้เห็นสัจธรรมของความเปลี่ยนแปลงและชาวเซนย่อมเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงกับการไม่เปลี่ยนแปลงเป็นการมองต่างมุมของสิ่งเดียวกัน… เมื่อเข้าใจความต่าง ก็เข้าใขเซน” จากหน้า ๘๓

ความสงบเย็น ณ ขณะอ่าน คือความเริงใจที่สัมผัสได้และรู้สึกว่าใจที่สงบนิ่งกับหนังสือที่ให้แง่คิดในเชิงปรั๙ญาดีๆอย่างนี้ เป็นความรื่นรมย์ที่อยากวนอยู่ในห้วงอักษรนั้นนานๆ เพราะในโลกแห่งความจริงมักมีแต่เรื่องสับสนวุ่นวาย รีบเร่งและเต็มไปด้วยการแข่งขัน สิ่งเหล่านั้นผ่านเข้ามาให้ได้คิดเครียดตลอดทั้งกระทบใจให้สั่นไหวต่อความรู้สึกของปุถุชนคนธรรมดาได้อยู่เรื่อยๆ

“รู้จกปล่อยวาง รู้จักหยุด ก็จะพบความหมายและคุณค่าของความว่างเปล่า ดังที่ โดเก็น อาจารย์เซน ชาวญี่ปุ่นในศตวรรษที่สิบสามเขียนบทกีนี้ว่า “การรู้แจ้ง ก็เฉกเช่นจันทร์สะท้อนบนผิวน้ำ พระจันทร์ไม่เปียก น้ำก็ไม่ถูกกินที่”  หน้า ๑๑

การได้หยุด นั่งพัก และเติมเต็มมุมมองแห่งธรรม ได้สร้างภูมิกันภัยในความรู้สึกได้อย่างไม่มีเบื่อ เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าวันข้างหน้า นาทีโมงยามข้างหน้านั้น เราจะเจอปัญหาอะไร จะเจอเหตุการณ์อะไร จะดีหรือจะร้าย การฝึกจิตให้มีสมาธิและเข้าใจโลกและซึ้งใจในสัจจะแห่งธรรมว่า จักรวาลนี้มีความเปลี่ยนแปลงเป็นที่ตั้ง

เพื่อที่ว่า…

หากพบเจอสิ่งดี จะได้ไม่หลงระเริงวนอยู่ในวังแห่งกิเลส

และถ้าหากพานพบกับสิ่งเลวร้าย จิตจะได้ไม่ฟูมฟายเสียผู้เสียคน เพราะสัจจะของวังวนแห่งมายา สิ่งเลวร้ายมันผ่านมาในชีวิตเราได้ มันก็ผ่านไปได้ ขอเพียงอย่ายึดติด อย่าจิตสลดไปกับมัน แล้วจงนำเอาธรรมะอาบใจให้เข้มแข็งไว้เสมอและอย่ากลัวที่จะเริ่มใหม่และก้าวไปด้วยใจที่เข้มแข็งอย่างคนเข้าใจโลก นั่นคือจิตที่เป็นสุขยิ่งแล้ว….

หมายเหตุเล็กๆส่งท้าย

บทความนี้ ไม่ได้เขียนขึ้นในฐานะนักวิจารณ์แต่อย่างใด หากแต่เขียนขึ้นด้วยความรู้สึกของคนอ่านหนังสือและรักหนังสือ เมื่ออ่านหนัสือเล่มใดและรู้สึกว่าได้อะไรจากหนังสือเล่มนั้น ก็อยากแชร์และบอกกล่าวถึงความน่าสนใจของหนังสือที่รัก เพื่อที่ว่า จะเจอคนอ่านที่คอเดียวกัน จะได้มีการพบปะพูดคุยทางความคิดผ่านสื่อ Social Network แห่งนี้…. ฝากด้วยนะคะ

โฆษณา

Read Full Post »

ฉันว่า… ฉันเป็นแค่แพลงก์ตอน!!

ก่อนหน้านี้ ชีวิตน้อยๆของสาวออฟฟฺศที่ทำงานบันเทิงอย่างฉัน
ก็ตื่นนอนในตอนเช้าด้วยเสียงนาฬิกาปลุกบ้าง, มือถือบ้างและหน้าจอทีวีที่ตั้งให้เปิดอัติโนมัติ
ทีวีที่ห้อง มันเปิดขึ้นพร้อมๆกับเปลือกตาที่ลืมตาตื่นขึ้นในแต่ละวันนั่นล่ะ

แม่บอกว่า.. ทำไมเดี๋ยวนี้ ลูกฉันดูทีวีเก่งจัง กลายเป็นคนติดทีวีตั้งแต่เมื่อไหร่??
ก็มือถือ ยังดูทีวีได้เลย!!

แต่การตื่นของเช้าวันนี้ ไม่ดีเลยล่ะ
ตื่นมาก็เจอแต่ข่าวการเมืองและความรุนแรง!!
เพราะทุกวันใหม่ของฉัน ฉันจะตื่นมาพร้อมกับความเฮฮาาของข่าวบันเทิง
แค่ข่าว…วางระเบิด ก็เศร้าทั้งวันแล้ว

ผลกระทบ ใครไม่กลัวบ้าง
ความสงบสุข ใครไม่อยากได้ คงมีแต่นักค้าอาวุธละมังที่หรรษากับเหตุการณ์นี้

บ้านเมืองเราตอนนี้ มีรอยแผลเต็มไปหมดเลย

ในน้ำ… ไม่มีปลา
ในนา… ไม่มีข้าว
หน้าธนาคาร… ไม่รู้ว่ามีระเบิดหรือเปล่า ???

เราคงลืมกันไปแล้วว่า บ้านเรา เคยเป็นเมืองยิ้ม!

เรากลับห้ำหั่นกันเอง เพียงเพราะอุดมคติบางเรื่องที่ไม่ตรงกัน
ไม่ฟังกัน

คนในบ้านเรา “ใจแคบ” กันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ฉัน… เป็นแค่แพลงก์ตอนตัวน้อยในสังคม
ที่ตอนนี้… ไม่รู้เลยว่า วันพรุ่งนี้ มหาสมุทรที่สับสนวุ่นวาย จะมีคลื่นที่โหดร้ายโหมกระหน่ำมาเมื่อไหร่ อย่างไร??

แพลงก์ตอนตัวน้อย ก็ได้แต่หวาดกลัว

และแพลงก์ตอนน้อย ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่อย่างไรหนอ?? ให้รอดพ้น!!!

Read Full Post »